posted on 05 May 2008 23:56 by kungsss
ขณะที่ Nita Ambani อยู่ที่สปาของโรงแรม Mandarin Oriental ที่นิวยอร์ก เธอได้มองดูที่เซ็นทรัลพาร์ค ซึ่งได้ถูกออกแบบสไตล์ คอนเทมเพอรารี่ เอเชี่ยน อินทิเรีย (Contemporary Asian interiors)และมันทำให้เธอหลงไหลเป็นอย่างมาก Nita Ambani ใช่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา แต่เธอได้แต่งงานกับ Mukesh Ambani มหาเศรษฐีอันดับ 5 ของโลก ซึ่งนิตยสารฟร๊อปได้ประเมินทรัพย์สินของบริษัทในเครือ Ambani เมื่อเดือนมีนาคม 2551ไว้ที่ $43 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ ซึ่งบริษัทของ Ambani เป็นผู้นำอุตสาหกรรมด้านปิโตรเคมี ในมัมไบ โดยพ่อของ Ambani ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1966 ธุรกิจที่มีปริมาณอันดับต้น ๆ ของอินเดีย พวกเขาต้องการที่จะสร้างบ้านที่พิเศษกว่าทุก ๆ หลังที่มีบนโลก โดยได้ว่าจ้างสถาปนิก ของบริษัท Hirsch Bedner Associates
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเทล (Mandarin Oriental) พวกเค้าได้ออกแบบและเมื่อมันสร้างเสร็จมันจะเป็นบ้านที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ในราคาที่ประเมิญไว้เกือบ 2 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ ซึ่งข้อมูลนี้ได้ถูกเปิดเผยโดย โทมัส จอห์นสัน (Thomas Johnson) ผู้บริหารการตลาดของบริษัท Hirsch Bedner Associates โดยที่สถาปนิกและดีไซด์เนอร์สามารถออกแบบตามใจพวกเค้าต้องการโดยไม่มีข้อจำกัด ในแต่ละชั้นก็จะใช้วัสดุไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าชั้น 9 ใช้ เหล้ก คริสตรัล ไม้ แล้ว ในชั้นที่สิบเอ็ด ก็จะไม่ใช้วัสดุพวกนี้อีก เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดีไซด์เนอร์บอกว่าเป็นความต้องการของเมียเค้า คือ Nita ambani นั่นเอง โดยโครงการมีระยะเวลาสี่ปี เมื่อมันเสร็จสิ้นมันจะมีความสูงที่ 550 ฟุต (ประมาณ 165 เมตร) และพื้นที่ใช้สอยถึง 400,000 ตารางฟุต
posted on 05 May 2008 18:27 by kungsss
Pacific Ocean Sunset From Space
Aurora Borealis From Space
posted on 05 May 2008 03:59 by kungsss
ถ้าความละเอียด 10 หรือ 20 ล้านพิกเซล ไม่พอสำหรับคุณ หรือคุณกำลังลองมองหาอะไรที่มีความละเอียดสูงกว่า ซัก 160 ล้านพิกเซลเป็นไง นี่เลยครับ Seitz D3 มันคือกล้อง ขนาด 6x17 นิ้ว น้ำหนัก 4.5 ปอนด์ มันสามารถถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงถึง 7,500x21,250 พิกเซล และขนาดของไฟล์ที่ถูกบันทึกอาจสูงถึงหน่วย กิกะไบท์ (Gb) ต่อหนึ่งไฟล์เลยทีเดียว แต่ดูจากภาพแล้วมันน่าจะใช้แรงในการยกเพื่อกดชัตเตอร์เยอะพอตัวเลยว่าป่าว และที่สำคัญราคาที่บริษัทประกาศไว้ก็อยู่ที่ $44,414 หรือประมาณ 1,399,041 บาท (ใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 30 เมษายน 2551)
รายละเอียดเพิ่มเติม : Seitz 160-Megapixel Camera Is An Arm Full
edit @ 5 May 2008 04:07:31 by Original of anything, Gadgets
posted on 04 May 2008 17:01 by kungsss
Xerox ผลิตกระดาษที่สามารถลบหมึกพิมพ์เองได้ภายใน 24 ชม.
Xerox ได้ตัดสินใจผลิตมันขึ้น เมื่อพวกเขาเริ่มรู้สึกว่ามนุษย์จะไม่สามารถหยุดพิมพ์สิ่งต่าง ๆ ได้ และกระบวนการพิมพ์นั้นได้ใช้กระดาษซึ่งผลิตมาจากต้นไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ พวกเค้าได้ผลิต sefl-erasing paper product หรือกระดาษที่สามารถลบตัวเองได้นั่นเอง หมายถึงเราจะสามารถนำกระดาษกลับมาใช้เรื่อย ๆ จนกว่า เราจะทำให้มันขาด หรือทำของเหลวหกใส่มัน Xerox เค้าบอกไว้ว่า...
"ตัวกระดาษจะมีการเติมมีโมเลกุลพิเศษซึ่งจะเป็นตัวสร้างสิ่งพิมพ์ (ในความคิดผมมันคงประมาณสารที่โดนแสงแล้วก็จะกลายเป็นหมึก มั้ง) หลังจากแสงอุลตร้าไวโอเล็ทเริ่มเปล่งแสงออกจากแถบปล่อยแสงในเครื่องพิมพ์ และเมื่อปล่อยไว้ 24 ชั่วโมง โมเลกุลนี้จะจัดเรียงตัวใหม่ และจะกลับกลายมาเป็นเหมือนตอนเริ่มต้นเพื่อลบสิ่งพิมพ์ออกไป หรือความร้อนก็สามารถทำให้โมเลกุลจัดเรียงตัวใหม่ได้ในทันที"
Xerox Spy Paper Will Self Destruct In 24 Hours
edit @ 4 May 2008 17:34:54 by Original of anything, Gadgets
posted on 26 Mar 2008 23:49 by kungsss in knowledge
ทำไมจานหรือภาชนะใส่อาหารมักมีทรงกลม.....บางทีถ้าเราลองล้างจานเอง อาจได้คำตอบในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเวลาล้างกล่องอาหารที่ทำด้วยพลาสติกทรงสี่เหลี่ยม จะพบว่ามันช่างทำความสะอาดยากเย็นเสียจริง เพราะฟองน้ำล้างจานเข้าไม่ถึงหลืบมุมต่างๆผิดกับภาชนะทรงกลมที่ขัดถูได้สะดวกมือกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นข้อมูลเรื่องภาชนะก็ได้คำอธิบายที่น่าสนใจว่า ภาชนะดินเผามีต้นกำเนิดนับเนื่องจากการจักสานภาชนะจำพวกตะกร้าซึ่งมักมีรูปร่างเป็นทรงกลมเพราะสานได้ง่าย มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์โดยเฉพาะผู้หญิง ได้เคลือบผิวภายนอกของตะกร้าด้วยโคลนเพื่อเสริมความแข็งแรง และก็ด้วยความบังเอิญในวันหนึ่งตะกร้าถูกไฟเผาจนมอดเหลือเพียงดินเหนียวทรงกลมที่สุกแล้วด้วยความร้อน ภาชนะดินเผาเก่าแก่เท่าที่มีบันทึกไว้ นับอายุได้ถึง 15,000-10,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีดังกล่าว พบในถ้ำแห่งหนึ่งในถ้ำแกมเบิลส์ ประเทศเคนยา
ยังมีการขึ้นรูปภาชนะดินเหนียวด้วยวิธีขึ้นรูปให้สูงไปทีละชั้น ด้วยวิธีนี้จึงทำให้เกิดเป็นทรงกลมซึ่งเป็นวิธีทำโครงสร้างที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด การหล่อพิมพ์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง เพื่อผลิตชิ้นงานภาชนะดินเผาให้มีรูปทรงที่แปลกแตกต่างออกไป จากทรงกลมธรรมดา แต่กรรมวิธีนี้ก็มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าการผลิตด้วยเทคนิคอื่นๆ การหล่อพิมพ์นี้เริ่มแรกใช้ในสมัยปาเลสไตน์โบราณ แต่กว่าเทคนิคนี้จะแพร่หลายไปทั่วทวีปยุโรปก็ล่วงเลยมาจนถึง ค.ศ. 1730 บางวัฒนธรรมในโลกนี้ เลือกที่จะผลิตจานจากไม้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะโดยท่อนไม้รูปทรงใดก็ตามที ในบางครั้งพวกเขาก็ผลิตจานทรงเหลี่ยมออกมา โดยไม่ตั้งใจเนื่องจากท่อนไม้ที่หามาได้นั้นมีทรงหน้าตัดเป็นเหลี่ยมมุม
ครั้นล่วงมาจนถึงสมัยเมโสโปเตเมียคือราว 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ก็ได้มีการคิดค้นแป้นหมุนเพื่อใช้ปั้นภาชนะดินเผาที่มีคุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม นวัตกรรมนี้เป็นที่ยอมรับแพร่หลายระหว่างกลุ่มวัฒนธรรมต่าง ๆ ในยุคนั้นโดยต่อเนื่อง จดหมายของนักค้นคว้าชาวอังกฤษฉบับดังกล่าวสรุปสั้น ๆ อย่างชัดเจนว่า "นับแต่ ๕,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาลมาแล้วที่จานดินเผาล้วนมีรูปทรงกลมเพราะส่วนใหญ่ผลิตบนแป้นหมุนดังกล่าว"
จานกลมแบนมีข้อได้เปรียบที่มีความคงทนรองรับการใช้งานได้นานกว่า ต่างจากจานขอบเหลี่ยมซึ่งมักบิ่นแตกได้ง่ายโดยเฉพาะตรงบริเวณมุม ในมุมมองของผู้ผลิตแล้วภาชนะรูปทรงกลมแบนก็ยังคงความพิเศษเหนือกว่าภาชนะรูปทรงอื่น โรงงานนอริตาเกที่มีชื่อเสียง ยืนยันว่าตนสามารถผลิตภาชนะรูปทรงใด ๆ ก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ชิ้นงานแปลก ๆ เช่นรูปไข่ต้องอาศัยเทคนิคการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ซึ่งมีต้นทุนสูง อีกทั้งยังสิ้นเปลืองเวลา และกำลังในการผลิตมากกว่าปรกติ กระนั้นโรงงานเครื่องถ้วยดินเผาก็ยังพยายามผลิตภาชนะทรงแปลก ๆ ออกสู่ตลาดอยู่เสมอ เช่น จานทรงปลาเพื่อใช้กับอาหารปลา ภาชนะทรงรีสำหรับอาหารประเภทสเต๊ก หรือแม้แต่จานทรงแปดเหลี่ยมเพื่อความสวยงามในเชิงศิลปะเท่านั้น