บ้านตัวอย่าง
    ขณะที่ Nita Ambani อยู่ที่สปาของโรงแรม Mandarin Oriental ที่นิวยอร์ก เธอได้มองดูที่เซ็นทรัลพาร์ค ซึ่งได้ถูกออกแบบสไตล์ คอนเทมเพอรารี่ เอเชี่ยน อินทิเรีย (Contemporary Asian interiors)และมันทำให้เธอหลงไหลเป็นอย่างมาก Nita Ambani ใช่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา แต่เธอได้แต่งงานกับ Mukesh Ambani มหาเศรษฐีอันดับ 5 ของโลก ซึ่งนิตยสารฟร๊อปได้ประเมินทรัพย์สินของบริษัทในเครือ Ambani เมื่อเดือนมีนาคม 2551ไว้ที่ $43 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ  ซึ่งบริษัทของ Ambani เป็นผู้นำอุตสาหกรรมด้านปิโตรเคมี ในมัมไบ โดยพ่อของ Ambani ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1966 ธุรกิจที่มีปริมาณอันดับต้น ๆ ของอินเดีย พวกเขาต้องการที่จะสร้างบ้านที่พิเศษกว่าทุก ๆ หลังที่มีบนโลก โดยได้ว่าจ้างสถาปนิก ของบริษัท Hirsch Bedner Associates      
 
ตัวอย่างห้อง
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเทล (Mandarin Oriental) พวกเค้าได้ออกแบบและเมื่อมันสร้างเสร็จมันจะเป็นบ้านที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ในราคาที่ประเมิญไว้เกือบ 2 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ ซึ่งข้อมูลนี้ได้ถูกเปิดเผยโดย โทมัส จอห์นสัน (Thomas Johnson) ผู้บริหารการตลาดของบริษัท Hirsch Bedner Associates โดยที่สถาปนิกและดีไซด์เนอร์สามารถออกแบบตามใจพวกเค้าต้องการโดยไม่มีข้อจำกัด ในแต่ละชั้นก็จะใช้วัสดุไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าชั้น 9 ใช้ เหล้ก คริสตรัล ไม้ แล้ว ในชั้นที่สิบเอ็ด ก็จะไม่ใช้วัสดุพวกนี้อีก เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ดีไซด์เนอร์บอกว่าเป็นความต้องการของเมียเค้า คือ Nita ambani นั่นเอง โดยโครงการมีระยะเวลาสี่ปี เมื่อมันเสร็จสิ้นมันจะมีความสูงที่ 550 ฟุต (ประมาณ 165 เมตร) และพื้นที่ใช้สอยถึง 400,000 ตารางฟุต
 

 

Pacific Ocean Sunset From Space

 

Pacific Ocean Sunset From Space

 

Aurora Borealis From Space
 

Aurora Borealis From Space

 

ภาพตัวอย่าง

          ถ้าความละเอียด 10 หรือ 20 ล้านพิกเซล ไม่พอสำหรับคุณ หรือคุณกำลังลองมองหาอะไรที่มีความละเอียดสูงกว่า ซัก 160 ล้านพิกเซลเป็นไง นี่เลยครับ Seitz D3 มันคือกล้อง ขนาด 6x17 นิ้ว น้ำหนัก 4.5 ปอนด์ มันสามารถถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงถึง 7,500x21,250 พิกเซล และขนาดของไฟล์ที่ถูกบันทึกอาจสูงถึงหน่วย กิกะไบท์ (Gb) ต่อหนึ่งไฟล์เลยทีเดียว แต่ดูจากภาพแล้วมันน่าจะใช้แรงในการยกเพื่อกดชัตเตอร์เยอะพอตัวเลยว่าป่าว และที่สำคัญราคาที่บริษัทประกาศไว้ก็อยู่ที่ $44,414 หรือประมาณ 1,399,041 บาท (ใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 30 เมษายน 2551)

 

รายละเอียดเพิ่มเติม : Seitz 160-Megapixel Camera Is An Arm Full

edit @ 5 May 2008 04:07:31 by Original of anything, Gadgets

Xerox ผลิตกระดาษที่สามารถลบหมึกพิมพ์เองได้ภายใน 24 ชม.

การเปลี่ยนแปลงของกระดาษเมื่อทิ้งไว้ 24 ชม.

Xerox ได้ตัดสินใจผลิตมันขึ้น เมื่อพวกเขาเริ่มรู้สึกว่ามนุษย์จะไม่สามารถหยุดพิมพ์สิ่งต่าง ๆ ได้ และกระบวนการพิมพ์นั้นได้ใช้กระดาษซึ่งผลิตมาจากต้นไม้ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ พวกเค้าได้ผลิต sefl-erasing paper product หรือกระดาษที่สามารถลบตัวเองได้นั่นเอง หมายถึงเราจะสามารถนำกระดาษกลับมาใช้เรื่อย ๆ จนกว่า เราจะทำให้มันขาด หรือทำของเหลวหกใส่มัน Xerox เค้าบอกไว้ว่า...

"ตัวกระดาษจะมีการเติมมีโมเลกุลพิเศษซึ่งจะเป็นตัวสร้างสิ่งพิมพ์ (ในความคิดผมมันคงประมาณสารที่โดนแสงแล้วก็จะกลายเป็นหมึก มั้ง) หลังจากแสงอุลตร้าไวโอเล็ทเริ่มเปล่งแสงออกจากแถบปล่อยแสงในเครื่องพิมพ์ และเมื่อปล่อยไว้ 24 ชั่วโมง โมเลกุลนี้จะจัดเรียงตัวใหม่ และจะกลับกลายมาเป็นเหมือนตอนเริ่มต้นเพื่อลบสิ่งพิมพ์ออกไป หรือความร้อนก็สามารถทำให้โมเลกุลจัดเรียงตัวใหม่ได้ในทันที"

 

 Xerox Spy Paper Will Self Destruct In 24 Hours

edit @ 4 May 2008 17:34:54 by Original of anything, Gadgets

ทำไมจานหรือภาชนะใส่อาหารมักมีทรงกลม.....บางทีถ้าเราลองล้างจานเอง อาจได้คำตอบในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเวลาล้างกล่องอาหารที่ทำด้วยพลาสติกทรงสี่เหลี่ยม จะพบว่ามันช่างทำความสะอาดยากเย็นเสียจริง เพราะฟองน้ำล้างจานเข้าไม่ถึงหลืบมุมต่างๆผิดกับภาชนะทรงกลมที่ขัดถูได้สะดวกมือกว่า

อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นข้อมูลเรื่องภาชนะก็ได้คำอธิบายที่น่าสนใจว่า ภาชนะดินเผามีต้นกำเนิดนับเนื่องจากการจักสานภาชนะจำพวกตะกร้าซึ่งมักมีรูปร่างเป็นทรงกลมเพราะสานได้ง่าย มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์โดยเฉพาะผู้หญิง ได้เคลือบผิวภายนอกของตะกร้าด้วยโคลนเพื่อเสริมความแข็งแรง และก็ด้วยความบังเอิญในวันหนึ่งตะกร้าถูกไฟเผาจนมอดเหลือเพียงดินเหนียวทรงกลมที่สุกแล้วด้วยความร้อน ภาชนะดินเผาเก่าแก่เท่าที่มีบันทึกไว้ นับอายุได้ถึง 15,000-10,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งผลิตด้วยกรรมวิธีดังกล่าว พบในถ้ำแห่งหนึ่งในถ้ำแกมเบิลส์ ประเทศเคนยา

    ยังมีการขึ้นรูปภาชนะดินเหนียวด้วยวิธีขึ้นรูปให้สูงไปทีละชั้น ด้วยวิธีนี้จึงทำให้เกิดเป็นทรงกลมซึ่งเป็นวิธีทำโครงสร้างที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด การหล่อพิมพ์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง เพื่อผลิตชิ้นงานภาชนะดินเผาให้มีรูปทรงที่แปลกแตกต่างออกไป จากทรงกลมธรรมดา แต่กรรมวิธีนี้ก็มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าการผลิตด้วยเทคนิคอื่นๆ การหล่อพิมพ์นี้เริ่มแรกใช้ในสมัยปาเลสไตน์โบราณ แต่กว่าเทคนิคนี้จะแพร่หลายไปทั่วทวีปยุโรปก็ล่วงเลยมาจนถึง ค.ศ. 1730 บางวัฒนธรรมในโลกนี้ เลือกที่จะผลิตจานจากไม้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะโดยท่อนไม้รูปทรงใดก็ตามที ในบางครั้งพวกเขาก็ผลิตจานทรงเหลี่ยมออกมา โดยไม่ตั้งใจเนื่องจากท่อนไม้ที่หามาได้นั้นมีทรงหน้าตัดเป็นเหลี่ยมมุม

    ครั้นล่วงมาจนถึงสมัยเมโสโปเตเมียคือราว 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ก็ได้มีการคิดค้นแป้นหมุนเพื่อใช้ปั้นภาชนะดินเผาที่มีคุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม นวัตกรรมนี้เป็นที่ยอมรับแพร่หลายระหว่างกลุ่มวัฒนธรรมต่าง ๆ ในยุคนั้นโดยต่อเนื่อง จดหมายของนักค้นคว้าชาวอังกฤษฉบับดังกล่าวสรุปสั้น ๆ อย่างชัดเจนว่า "นับแต่ ๕,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาลมาแล้วที่จานดินเผาล้วนมีรูปทรงกลมเพราะส่วนใหญ่ผลิตบนแป้นหมุนดังกล่าว"

    จานกลมแบนมีข้อได้เปรียบที่มีความคงทนรองรับการใช้งานได้นานกว่า ต่างจากจานขอบเหลี่ยมซึ่งมักบิ่นแตกได้ง่ายโดยเฉพาะตรงบริเวณมุม ในมุมมองของผู้ผลิตแล้วภาชนะรูปทรงกลมแบนก็ยังคงความพิเศษเหนือกว่าภาชนะรูปทรงอื่น โรงงานนอริตาเกที่มีชื่อเสียง ยืนยันว่าตนสามารถผลิตภาชนะรูปทรงใด ๆ ก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่ชิ้นงานแปลก ๆ เช่นรูปไข่ต้องอาศัยเทคนิคการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ซึ่งมีต้นทุนสูง อีกทั้งยังสิ้นเปลืองเวลา และกำลังในการผลิตมากกว่าปรกติ กระนั้นโรงงานเครื่องถ้วยดินเผาก็ยังพยายามผลิตภาชนะทรงแปลก ๆ ออกสู่ตลาดอยู่เสมอ เช่น จานทรงปลาเพื่อใช้กับอาหารปลา ภาชนะทรงรีสำหรับอาหารประเภทสเต๊ก หรือแม้แต่จานทรงแปดเหลี่ยมเพื่อความสวยงามในเชิงศิลปะเท่านั้น