ตอนนี้กำลังนั่งเล่นเน็ตแบบเซ็งๆ  พอดีไปเจอมาก็เลยเอามาฝากกันอ่านครับ

 จากเว็บ http://www.art2bempire.com/board/index.php?topic=125327.0

 

45 ข้อคิดดีๆ เพื่อสิ่งดีๆในชีวิต


1.อย่าเก็บอดีตมาทำร้ายตัวเอง แต่จงหัดที่จะเรียนรู้จากมัน

2.ดูแลบิดา มารดาให้ดี มีโอกาสรีบทำซะก่อนจะไม่มีท่าน

3.เมื่อมีเรื่อง จงหมั่นปรึกษาผู้อื่น และจงเป็นที่ปรึกษาให้ผู้อื่นด้วย

4.ร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร ให้มันพักผ่อนซะบ้าง

5.สิ่งที่แข็งที่สุด เอาชนะได้ด้วยสิ่งที่อ่อนที่สุด

6.เมื่อประตูบานหนึ่งปิด อีกบานหนึ่งก็เปิด แต่บ่อยครั้งที่เรามัวแต่จ้องประตูบานที่ปิด จนไม่ทันเห็นว่ามีอีกบานเปิดอยู่

7.กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ หัดเติมให้คนอื่น แล้วเขาจะกลับมาเติมให้คุณเอง

8.อารมณ์ ขันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ช่วยรักษาสิ่งอื่นได้ เพราะทันทีที่เกิดอารมณ์ขัน ความรำคาญและความขุ่นข้องจะจางหายไป กลับกลายเป็นความแจ่มใสของจิตใจเข้ามาแทนที่

9.อย่ากลัว ที่จะนั่งหยุดพัก เพื่อคิด

10. 1 นาทีที่คุณโกรธ เท่ากับว่าคุณได้สูญเสีย 60 วินาทีแห่งความสงบในจิตใจไปแล้ว

11.หนทางเดียวที่จะรักษาภาพพจน์ได้คือการซื่อสัตย์ตลอดเวลา

12.Oxygen สำคัญต่อปอดฉันใด ความหวังก็เป็นฉันนั้นต่อความหมายของชีวิต

14.ความอดทน คือ เพื่อสนิทของสติปัญญา

15.ในธรรมชาติไม่มีสิ่งใดดีพร้อม แต่ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบในตัวเอง ต้นไม้อาจบิดเบี้ยวโค้งงออย่างประหลาด แต่ก็ยังคงความงดงาม

16.มักพูดกันว่า กาลเวลาเปลี่ยนทุกสิ่ง แต่จริงๆแล้ว คุณต้องเปลี่ยนทุกสิ่งด้วยตนเอง

17.จงรู้ตัวอยู่เสมอว่าตอนนี้กำลังทำอะไร ที่ทำอยู่มีผลดีผลเสีย

มีประโยชน์หรือไร้ประโยชน์

18.อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเสียเปล่า

19.อย่าอ่านข้อความที่มีประโยชน์เพียงผ่านๆ อ่านแล้วคิด คิดแล้วทำ หมั่นพัฒนาตนเอง

20.รู้จักแบ่งเวลาและหน้าที่ ทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมบ้าง

21.อย่ารอคอยในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง อย่ากลัวในสิ่งที่ตนสามารถสู้หรือเปลี่ยนแปลงมันได้

22.อย่าเสียใจกับสิ่งที่เลวร้ายหรือสูญเสียไปแล้ว มันไม่กลับมา  แต่คุณสามารถทำมันใหม่ หรือเรียนรู้จากมันได้

23.ให้อภัยแก่ตนเองและผู้อื่น คนไม่ผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไร

24.อย่าเห็นแก่ตัว จงเป็นฝ่ายให้มากกว่ารับ

25.คำพูดให้กำลังใจคนได้ ปลอบใจได้ ยุให้ทะเลาะกันได้ ทำให้เสียความรู้สึกได้ จงรู้จักที่จะพูด

26.คุณซื้อนาฬิกาได้ แต่คุณซื้อเวลาไม่ได้ ตอนนี้มีใครคอยคุณอยู่หรือเปล่า? ถ้ามีก็กลับไปหาซะ

27.อย่าคิดว่าตนเองเป็นคนที่โชคร้ายที่สุด และอย่าคิดว่าตนเองเป็นคนที่โชคดีที่สุด

28.ปริศนาในเกมคุณแก้ได้ แล้วทำไมปริศนาในชีวิตคุณแก้ไม่ได้ ในเมื่อบทสรุปก็อยู่ในตัวคุณเอง?

29.มีเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่ได้เขียนลงในหนังสือ ลองค้าคว้าดูเองแล้วจะรู้

30.ลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากคันธนู อันตรายน้อยกว่าหอกที่แทงมาจากข้างหลัง

31.ตัวคุณมีค่าอยู่แล้ว อยู่ที่คุณรู้จักดึงมันออกมาใช้ได้รึเปล่า?

32.หาความสุขของตัวเองให้เจอ หัดมีความสุขซะบ้าง เราลืมอดีตไม่ได้แต่เราเลิกคิดได้

33.บางครั้งการอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ “เลวร้าย” เสมอไป

34.สิ่งที่คุณปล่อยผ่านๆไปในชีวิต หรือเรื่องที่คุณเห็นว่าไม่สำคัญ ลองกลับมาดูแลตรงนั้นบ้างก็ดี

35.ไม่มีมิตรถาวร และศัตรูที่แท้จริง

36.จงทำวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อตัวเราเอง คนที่เรารัก และคนที่อยู่รอบกายเรา

37.เมื่อคิดจะทำอะไร หากคิดมากไป แล้วเมื่อใดจะได้ลงมือทำ

38.อย่าปล่อยโอกาสให้ผ่านไป โดยที่ยังไม่พยายาม

39.หากอยากประสบความสำเร็จ จงทำงานที่ตัวเองถนัด อย่าหวังพึ่งพาผู้อื่น

40.งานหนักเพียงใด หากทำด้วยใจและความสุข เราแทบจะไม่รู้สึกเหนื่อยเลย

41.จิตจะสงบได้อย่างไร หากมัวแต่ใส่ใจคำพูดของคนอื่น

42.มองโลกในแง่ดี ชีวิตจะมีความสุข

43.ทำอะไรจงทำให้ดี เพราะจะไม่มีคำว่าเสียใจในสิ่งที่ทำ

44.ความกตัญญู คือ คุณค่าของคนที่น่านับถือ

45.จงทำตัวให้มีประโยชน์ต่อสังคมและแผ่นดิน



ที่มา : นิตยสารกุลสตรี ปีที่ 38 ปักษ์หลัง ธันวาคม 2551 หน้า 148-149

       สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาพูดถึง Font หรือ รูปแบบอักษรที่เราคุ้นเคยกันดีในการพิมพ์เอกสารจาก Microsoft Office หรือ Application อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ต้องใช้ Font เป็นองค์ประกอบ ซึ่ง Font นี้ มันก็ต้องมีลิขสิทธิ์กันเป็นธรรมดาใช่เปล่าครับ เพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากความคิดรวมไปถึงกำลังทางกายของใครบางคน  ปกติเราก็คงใช้กันโดยไม่ได้คิดอะไรมากมาย ว่าเราได้รับสิทธิ์ในการนำมันไปใช้อะไรได้บ้าง เช่น ใช้ในงานเอกสาร งานโฆษณา หรือธุรกิจเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง (ผมก็เหมือนกันครับ ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่) การที่เราจะมีสิทธิ์ใช้ font ในงานเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวนั้น font ที่เราใช้นั้นมันจะต้องเป็น font ฟรี หรือที่มีให้โหลดกันตามเว็บไซด์ต่างๆ โดยไม่ต้องจ่ายตังส์นั่นแหล่ะครับ และก็ font ที่แถมมากับ Microsoft Windows หรือ MS office (หมายถึงซื้อของแท้นะครับ แต่ตอนนี้ผมก็ยังใช้ของปลอมอยู่ :) ) และ Font ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยเราที่ใช้ในการพิมพ์เอกสารหรืองานเกี่ยวกับตัวอักษร ที่พอจะนึกออกหรือเป็นที่คุ้นเคยกันของใครหลายคนก็อย่างเช่น Angsana New Family เป็นต้น

 

       เพื่อน ๆ รู้กันหรือเปล่าครับว่ากลุ่ม Font ที่มีชื่อว่า Angsana New นี้ มันมีราคาเท่าไหร่? และบริษัทไหนเป็นผู้ประดิษฐ์มันขึ้นมา?

 

      Angsana New Family นี้ เป็น license ของบริษัท Microsoft ซึ่งออกแบบโดย บริษัท Ascender Corp - บริษัทออกแบบและพัฒนา font สำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เคลื่อนที่เช่นโทรศัพท์ รวมถึงฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์อื่นๆ ซึ่งราคาขายของ Angsana New Family เป็น set รวม  4 แบบอักษรนี้ ก็คือ 179 เหรียญดอลล่าสหรัฐ  ($179)หรือจะซื้อแยกนั้นก็จะมีราคาอยู่ที่แบบละ 49 เหรียญดอลล่าสหรัฐฯ ($49) โดยที่ angsana new family นี้ ก็จะมีทั้งหมด 4 แบบ คือ

     - Angsana New                     ($49)
     - Angsana New Bold             ($49)
     - Angsana New Bold Italic     ($49)
     - angsana New Italic             ($49)

 

 



 

       ส่วน Font ไทยแบบอื่นๆ ที่นิยมใช้กัน เช่น Cordia New Family, Eucrosia UPC Family, Freesia UPC Family, Iris UPC Family, Microsoft Sans Serif, Tahoma Bold-Thai ก็จะขายกันในราคาแบบละ 49 เหรียญดอลล่าสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน ใครที่สนใจก็สามารถไปดูเพิ่มได้ตาม Link ข้างล่างนี้เลยครับ :)

   

   http://www.ascenderfonts.com/category/thai-fonts.aspx

 

Barcode

posted on 07 Oct 2009 20:05 by kungsss  in knowledge

Barcode บาร์โค้ด

    สวัสดีครับ วันนี้ได้โอกาสอัพบล๊อกซักทีหลังจากห่างหายไปนาน ช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยว่างครับ ตอนนี้ปิดเทอมแล้วครับเลยว่างๆ วันนี้ตอนที่กำลังเข้า google เพื่อหาข้อมูลบางอย่างเลยเจอรูป บาร์โค้ด ที่อยู่บนหน้าเว็บ เลยอยากรู้ที่มาเหมือนกันว่ามันมาจากไหน เลยได้เข้าไปอ่านดูครับ และก็เลยเอามาลงไว้เผื่อใครอยากรูเหมือนผมบ้าง 55++

    บาร์โค้ด (barcode) เป็นหนึ่งในหลายวิธีที่ได้ผลดี ในการตรวจสอบสินค้าขณะขาย, การตรวจสอบยอดการขาย และสินค้าคงคลัง เราสามารถที่จะอ่านรหัสบาร์โค้ดได้ โดยใช้สแกนเนอร์หรือเครื่องอ่านบาร์โค้ด ซึ่งวิธีนี้จะรวดเร็วกว่าการป้อนข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือการอ่านด้วยสายตา บางครั้งเราจะเห็นเครื่องเหล่านี้ในสถานที่ต่างๆ ซึ่งบางที่เราก็อาจจะคาดไม่ถึง ว่าจะนำไปใช้ได้

    แต่เดิมมีการใช้บาร์โค้ดในร้านขายของชำและตามปกหนังสือ ต่อมาพบในร้านอุปกรณ์ประกอบรถยนต์และร้านอุปโภคบริโภคทั่วไป ในแถบยุโรป รถบรรทุกทุกคัน ที่จะต้องวิ่งระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมนี จะต้องใช้แถบรหัสบาร์โค้ดที่หน้าต่างทุกคัน เพื่อใช้ในการแสดงใบขับขี่ ใบอนุญาต และน้ำหนักรถบรรทุก แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจได้ง่ายและรวดเร็ว ในขณะที่รถลดความเร็ว เครื่องตรวจจะอ่านข้อมูลจากบาร์โค้ด และแสดงข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที

ปัจจุบันได้มีการนำบาร์โค้ด 2 มิติมาใช้งาน สำหรับข้อมูลที่มีจำนวนมาก รวมถึงการนำเทคโนโลยีRFID ซึ่งเป็นการตรวจสอบข้อมูลผ่านทางคลื่นวิทยุ แทนที่เลเซอร์เหมือนบาร์โค้ดในปัจจุบัน
----------------------------------------------------
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 

Hello Kitty Castle (ปราสาทของ Hello Kitty)

posted on 13 Jun 2009 04:00 by kungsss

 

 

ใครที่เป็นแฟนคลับของแมวอ้วนสีชมพูตัวนี้ ต้องชอบแน่ ๆ เพราะมันคือ "ปราสาทของ Hello Kitty" อยู่ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นไง สวยป่าวครับ ตัวการ์ตูนสุดฮิตที่กำเนิดขึ้นที่ญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มีบ้านเป็นของตัวเองแล้วครับ 555+ ทุกอย่างถูกตกแต่งใน Theme สีชมพู ไล่ไปตั้งแต่ห้องนอน, living room, เฟอร์นิเจอร์ และยังมีอาหาร และของใช้อื่น ๆ ที่มาใน theme เดียวกันกับ Kitty