LCD (Liquid Crystal Display) ที่มาของ จอ LCD
 

ในปี ค.ศ.1888 นายฟรายด์ริช ไีรนิตเซอร์ (Friedrich Reinitzer) เป็นนักพฤษศาสตร์ ชาวออสเตรีย ขณะที่เขาศึกษาสารไขมันจากพืชชั่วข้ามคืนเท่านั้น เขาพบสารชนิดหนึุ่่งที่มีลักษณะคล้ายโคเลสเตอรอล
อยู่ในสภาวะละลายเป็นของเหลวในภาวะที่มีความร้อน พอเย็นตัวลงก็กลายเป็นสารสีขุ่น และเมื่อเย็นลงอีกก็กลายเป็นสีใส พอเย็นตัวถึงจุดหนึ่งกลับเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินและตกผลึก ซึ่งเป็นผลึกเหลว นำมาใช้สร้างจอแอลซีดี หน้าปัดนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล หน้าจอเครื่องคิดเลข หน้าจอเครื่องแฟกซ์ จอคอมพิวเตอร์ จอทีวีที่ติดตั้งในรถยนต์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือ และแม้แต่จอทีวีขนาดใหญ่ตัวจอเหล่านี้มีคุณสมบัติในการทำงานที่อาศัยการเบี่ยงเบน
ของแสงสามารถปรับหรือขยับให้แสงเข้าหนาปัดหน้าจอได้มากน้อยตามต้องการ


ผู้ที่นำการค้นพบผลึกเหลวมาพัฒนาขยายผลก็คือนายจอร์จ ฮิลเมียร์ (George Heilmeier) ในปี ค.ศ.1963 เริ่มใช้กับหน้าปัดนาฬิกาเป็นครั้งแรก ต่อมาในปี ค.ศ.1969 นายเจมส์ เฟอร์กาสัน (James Fergason) ได้นำหน้าปัดแอลซีดีมาพัฒนาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และขยายผลในการใช้สู่จอต่าง ๆ ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในทุกวันนี้


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อิอิ คนแรก

#1 By K u n g s s s on 2007-07-08 07:06

จอน้ำ?
อย่างงี้ถ้าหน้าจอมันแตกขึ้นมาจะมีน้ำออกมาไหมคะ?
(ถามอะไรโง่จริง)

#2 By tifa_redeye on 2007-07-08 07:07

หง่าา หึหึ ผมกะไม่รู้เหมือนกานน เด๋วลองไปถามคนอื่นให้เน้ออ ถ้าได้คำตอบไง เด๋วมาบอก ติดส์ไว้ก่อน

#3 By K u n g s s s on 2007-07-08 07:09

โหะๆๆ งั้นที่ดิฮั้นถามไว้ในห้วข้อปาท่องโก๋
อย่าลืมตอบนะเค่อะ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อคค่ะ

#4 By tifa_redeye on 2007-07-08 07:24

คร๊าฟฟ

#5 By K u n g s s s on 2007-07-08 07:25